🪷ผู้ตรวจราชการกรม (น.ส.ณัฐนิช อินทสระ) นำคณะ ศพช.นครนายก พร้อมใจถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2568 🪷

🪷ผู้ตรวจราชการกรม (น.ส.ณัฐนิช อินทสระ) นำคณะ ศพช.นครนายก พร้อมใจถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ประจำปี 2568 🪷

⏱️วันที่ 17 มกราคม 2568 เวลา 07.30 น.
ณ หอประชุมสุพรรณิการ์ อาคารศูนย์อาหารปลอดภัยและนันทนาการบริการประชาชน ศาลากลางจังหวัดนครนายก

นางสาวณัฐนิช อินทสระ ผู้ตรวจราชการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก พร้อมด้วย นายทองคูณ บุญศร พัฒนาการจังหวัดนครนายก นายสมศักดิ์ จิตร์ภักดี หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครนายก และเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก ส่วนราชการ และประชาชน พร้อมเพรียงกันเข้าร่วมงานรัฐพิธีถวายราชสักการะเนื่องในวันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช โดยมีนายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกเป็นประธานในพิธี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “มหาราช” ด้วยทรงมีคุณูปการในการสร้างความเจริญรุ่งเรืองต่อชาติไทยนานัปการ เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งทั้งในด้านการปกครอง ความมั่นคง การเจริญสัมพันธไมตรีและการค้าขายกับต่างประเทศ รวมทั้งด้านการศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตรงกับวันที่ 17 มกราคม ของทุกปี โดยเมื่อ พ.ศ. 2531 สำนักสภาจังหวัดสุโขทัย ได้มีหนังสือเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้มีการกำหนดให้วันที่ 17 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช” เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงตำแหน่งพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงประกอบพระราชพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในปี พ.ศ.2526

ต่อมา คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยและจัดเอกสารทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ได้พิจารณาเรื่องการกำหนดวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ใหม่ ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ก็ได้เสนอว่า วันพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ควรเป็นวันที่ 17 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2376 และนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2532 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 17 มกราคม ของทุกปีเป็น “พ่อขุนรามคำแหงมหาราช”

พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วง กรุงสุโขทัย ในขณะที่พระองค์มีพระชนมายุ 19 พรรษา ได้เสด็จไปกองทัพกับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ผู้เป็นบิดา สู้รบกับขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด (เมืองสอด จังหวัดตาก) ที่ยกทัพมาตีเมืองตากในความปกครองจนได้รับชัยชนะ ทำให้พ่อขุนศรีอินทราทิตย์พระราชทานนามให้ว่า “รามคำแหง” ที่มีความหมายว่า รามผู้กล้าหาญเข้มแข็งในการรบ ก่อนที่พระองค์จะได้ขึ้นเสวยราชย์ ราวปี พ.ศ. 1822 ต่อจากพ่อขุนบาลเมือง พระเชษฐาธิราช พ่อขุนรามคำแหงทรงปกครองบ้านเมืองแบบ”พ่อปกครองลูก” ทรงแขวนกระดิ่งไว้หน้าประตูพระราชวัง ให้ราษฎรสามารถร้องทุกข์ และทรงโปรดให้เข้าเฝ้าเพื่อทูลร้องทุกข์ได้รวดเร็ว โปรดให้สร้างพระแท่นขึ้นด้วยหิน เรียกว่า พระแท่นมนังคศิลาอาสน์ ที่กลางดงตาล ทุกวันโกนวันพระ ทรงนิมนต์พระมาเทศน์ที่พระแท่นโปรดประชาชน ส่วนวันธรรมดาพระองค์ทรงใช้เป็นที่ปฏิบัติภารกิจเสมอมา
มีการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและการเมือง ประชาชนอยู่ดีกินดี สภาพบ้านเมืองก้าวหน้าทั้งทางการเกษตร การชลประทาน การอุตสาหกรรม และการศาสนา อาณาเขตของกรุงสุโขทัยได้ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ทรงเจริฐสัมพันธ์ไมตรีกับมหาอำนาจอย่าง”จีน” แล้วยังโปรดให้นำช่างปั้นถ้วยชามจากนมาสอนคนไทย ผลิตเป็น อุตสาหกรรมส่งออกไปยังประเทศจีน มลายู และอินเดีย ถ้วยชามที่ผลิตขึ้นนี้เรียกว่า “ชามสังคโลก”

ด้านศาสนา พ่อขุนรามคำแหงมหาราชยังทรงใช้พระพุทธศาสนา นิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์ จากลังกา ผ่านเมืองนครศรีธรรมราช มาประดิษฐานที่เมืองสุโขทัย แทนลัทธิมหายาน ทำให้พระพุทธศาสนาวางรากฐานมั่นคง ในอาณาจักรสุโขทัย และเผยแพร่ไปยังหัวเมืองต่างๆ ในราชอาณาจักรสุโขทัย จนกระทั่งได้เป็นศาสนาประจำชาติไทยมาจนถึงทุกวันนี้ พระองค์ยังโปรดให้สร้างทำนบกักน้ำที่เรียกว่า ”สรีดภงส์” เพื่อนำน้ำไปใช้ในตัวเมืองสุโขทัยและบริเวณใกล้เคียง โดยอาศัยแนวคันดินที่เรียกว่า “เขื่อนนพพระร่วง” ทำให้มีน้ำสำหรับใช้ในการเพาะปลูกและอุปโภคบริโภคในยามที่บ้านเมืองขาดแคลนน้ำ

ในปี พ.ศ. 1826 พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้คิดประดิษอักษรไทยขึ้นใช้แทนตัวอักษรขอมที่เคยใช้กันมาแต่เดิม เรียกว่า “ลายสือไทย” และให้ช่างสลักอักษรไว้ในศิลาจารึก ณ กรุงสุโขทัย ซึ่งศิลาจารึกได้ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ และตัวหนังสือไทยทุกตัวในศิลาจารึกได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับจนถึงอักษรไทยในปัจจุบัน ทำให้คนไทยมีอักษรไทยใช้มาจนถึงทุกวันนี้


___________________________
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก ศูนย์ฝึกอบรมชั้นนำ (SMART College) ด้วยหลักสูตร ความรู้ และการบริการที่เป็นเลิศ 🏡

ภาพ/ข่าว : ศพช.นครนายก
#กรมการพัฒนาชุมชน #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #วันดินโลก #ดินดีน้ำดีชีวีมีสุขอย่างยั่งยืน #CDD #UN #FAO #GlobalSoilPartnership #MOI #WorldSoilDay #SDGsforAll #ChangeForGood #SoilandWaterasourceoflife

(Visited 1 times, 1 visits today)